วัดไทยพุทธคยา935
สักครังหนึ่งในชีวิตของชาวพุทธ
พระพุทธธรรมมิศรชมพูทีปนิวัติสุโขทัย พระพุทธธรรมมิศรชมพูทีปนิวัติสุโขทัย ประธานในพระอุโบสถ ปัจจุบัน
พระประธานประจำพระอุโบสถ
พระพุทธปฏิมาประธานในพระอุโบสถ องค์แรก

                เนื่องจากเมื่อเริ่มสร้างพระอุโบสถนั้น ได้มีการหล่อพระพุทธปฏิมาประธานโดยมิได้ทราบถึงขนาดของพระอุโบสถ ซึ่งปั้นโดยอาจารย์ศิลป์ พีระศรี คณบดีคณะจิตรกรรมและประติมากรรมมหาวิทยาลัยศิลปากรในขณะนั้น เป็นพระพุทธรูปที่งดงามมาก อัญเชิญมาจากประเทศไทยไปสุ่วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย พร้อมด้วยกลอง และระฆัง ถึงวัดในวันที่ ๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๐๓ เป็นพระพุทธรูปขนาดเล็กไม่ได้สัดส่วนกับฐานชุกชีขนาดใหญ่ทัดเทียมกับขนาดพระอุโบสถที่จำลองแบบไปจากพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ด้วยเหตุนี้พระเทพวิสุทธิโมลี (บุญเลิศ ทตฺตสุทฺธิ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตชุดที่ ๒ และคณะสงฆ์ในสมัยนั้นได้พิจารณาเห็นว่า สมควรแก้ไขพระประธานในพระอุโบสถให้เป็นพระพุทธรูปแบบพระพุทธชินราชหรือพระพุทธชินราชจำลองเหมือนกัน จะเหมาะสมกว่า
พระพุทธธรรมมิศรชมพูทีปนิวัติสุโขทัย
ประธานในพระอุโบสถ ปัจจุบัน
           จอมพล ถนอม กิตติขจร นายยกรัฐมนตรี และครอบครัว มีจิตศรัทธาในการสร้างพระพุทธปฏิมาประธานใหม่ โดยให้ออกแบบสร้างให้มีพระพุทธลักษณะเดียวกับพระพุทธชินราชองค์เดิมที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก และพระพุทธชินราชจำลององค์นี้ เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ หล่อด้วยเนื้อโลหะ ขนาดหน้าตักกว้าง ๔ ศอก ๑ คืบ ๙ นิ้วเศษ ๖๙๙ นิ้วฟุต หรือ ๒ เมตร ๕๑ เซนติเมตร) ส่วนสูงวัดจากฐานถึงยอดพระเกศ ๖ ศอก ๑  คืบ ๙ นิ้วเศษ (๑๓๙ ๑/๒ นิ้วฟุตหรือ ๓ เมตร ๕๕ เซนติเมตร) วัดถึงยอดเรือนแก้ว สูง ๘ ศอก ๑ คืบ ๑๐ นิ้วเศษ หรือ ๔ เมตร ๗๐ เซนติเมตร น้ำหนักรวมทั้งเรือนแก้วประมาณ ๕ ตัน หล่อเป็นชิ้นๆ แล้วนำมาประกอบเป็นองค์ภายหลังสร้างสำเร็จเรียบร้อยประกอบพิธีพุทธาภิเษกอย่างยิ้งใหญ่ ณ พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมบำเพ็ญกุศลปิดทองอย่างยิ่งใหญ่ก่อนที่จะอัญเชิญไปสู่แดนพุทธภูมิ      จอมพล ถนอม กิตฺติขจร นายกรัฐมนตรี ดำริว่าพระพุทธปฏิมาองค์นี้จะอัญเชิญไปประดิษฐานในต่างประเทศ ในนามของประชาชนชาวไทย สมควรได้กรอบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของพระราชทานพระกรุณาถวายพระนามพระพุทธปฏิมาองค์นี้ เพื่อเป็นมิ่งมงคลเป็นเกียรติประวัติของชาติไทยสืบไปชั่วกาลนาน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "พระพุทธธรรมมิศรชมพูทีปนิวัติสุโขทัย" มีความหมายว่า "พระพุทธเจ้าผู้เป็นใหญ่ในธรรม กลับสู่ชมพูทวีปให้เกิดสุข"
    ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบให้กระทรวงการต่างประเทศ และผู้บัญชาการทหารสูงสุด ดำเนินการอัญเชิญพระประธานไปประดิษฐานที่วัดไทยพุทธคยา โดยเครื่องบินซี ๑๓๐ ของกองทัพทหารอเมริกัน เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๑๐ ทุนทรัพย์ในการจัดสร้างพระประธาน และค่าพาหนะขนส่งจำนวน ๖๕๐,๐๐๐.๐๐บาท(หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท)
พุทธศักราช ๒๕๑๓ ได้สร้างพระอัครสาวกยืน คือ พระโมคคัลลานะและพระสารีบุตร ประดิษฐานไว้ข้างพระประธานในพระอุโบสถ จำนวนเงิน ๒๕,๐๐๐ บาท (สองหมื่นห้าพันบาท)
พุทธศักราช ๒๕๑๗ ได้สร้างสมเด็จ ๙ ปาง ด้วยผงพุทธสังเวชนียสถานจำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ บรรจุไว้ใต้ฐานพระประธาน ในวันมหาปวารณาใช้เวลานาน ๒ ปี (๒ พรรษา) พระครูธรรมธรสมพล จิรฏฺฐิโต รองผู้อำนวยการศูนย์เผยแผ่พระอธิธรรม วัดปทุมคงคา กรุงเทพฯ เป็นกำลังในการดำเนินการสร้างพระสมเด็จ๙ปาง
 คัดลอกจากหนังสือ"๕๐ปีวัดไทยพุทธคยาอินเดีย"
จัดพิมพ์เผยแพร่ พุทธศักราช ๒๕๕๐
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
     

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
     
     
     
 
 
     
     
 
 
     
     
 
 
     
     
     
     
     































































































































ติดต่อแฮนด์84000